<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566</id><updated>2011-04-21T12:30:33.114-07:00</updated><category term='lca'/><title type='text'>lcathailand.blogspot.com</title><subtitle type='html'>คุณปิยะธินันท์ 081-9914451
piyatinan@gmail.com</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>9</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-6366007447539219910</id><published>2008-03-17T17:46:00.001-07:00</published><updated>2008-03-17T17:46:49.705-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='lca'/><title type='text'>lca</title><content type='html'>ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-6366007447539219910?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/6366007447539219910/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=6366007447539219910' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/6366007447539219910'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/6366007447539219910'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/lca_17.html' title='lca'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-5348885065656748046</id><published>2008-03-14T07:57:00.000-07:00</published><updated>2008-12-12T23:55:37.789-08:00</updated><title type='text'>เครื่องกรองน้ำไพ-พลัส</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qTYLcFrcI/AAAAAAAAAOM/in8eGyX1CwQ/s1600-h/index2.php+2.jpeg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qTYLcFrcI/AAAAAAAAAOM/in8eGyX1CwQ/s200/index2.php+2.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177612765212552642" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราได้ดื่ม น้ำดื่มไพ-พลัส ทุกๆ วันจะทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าอัศจรรย์น้ำดื่ม ไพ-พลัสนี้ไม่ใช่ตัวยาทางเคมี แต่เป็นที่เชื่อถือได้ว่าจะนำมาซึ่งประโยชน์ และผลลัพธ์ในการกระตุ้นพลังงานในร่างกาย ให้ทำหน้าที่บำรุงรักษาสุขภาพพลานามัย ในลักษณะห่วงโซ่โยงใยตามธรรมชาติ ปราศจากผลข้างเคียงที่ร่างกายไม่ต้องการ ยิ่งกว่านั้นยังสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่าง ได้หลายประการ ทั้งทางด้านความงาม ความเปล่งปลั่งของผิวพรรณ และการดูแลสุขภาพ เสริมสร้างพลานามัยให้แข็งแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดเด่นของเครื่องกรองน้ำพลังงานไพ-พลัส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ระบบในการกรองน้ำ 7 ไส้กรอง ใน 8 ขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    1.1 Magnetization Unit หน่วยกำเนิดพลังงานแม่เหล็ก สานามแม่เหล็กพลังงานสูงถึง 5,000 เกาซ์(Gauss คือหน่วยกำลังแม่เหล็กสากล) ประดิษฐ์ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อทำให้กลุ่มโมเลกุลของน้ำเล็กลง อันเป็นที่ทราบกันดีว่ามีประสิทธิภาพสูงมากในการทำให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาหารให้กลายเป็นกำลังและการบำรุงรักษาอวัยวะ รวมถึงเนื้อหนังส่วนต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ให้เป็นไปโดยราบรื่น และยังมีผลต่อเนื่องในการปกป้องโรคร้ายหลายๆชนิดได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     1.2 Sediment Filter หน่วยกรองสิ่งเจือปน หน่วยกรอง เซดดิเมนท์ฟิลเตอร์ ทำหน้าที่กำจัดสิ่งเจือปนที่มากับน้ำ อาทิ สนิมน้ำ ตะกอน ฝุ่นผงต่างๆ ออกไปในขั้นต้น และส่งผ่านกระบวนการกรองขั้นต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     1.3 Carbin Block Filter หน่วยกรองผลึกคาร์บอน หน่วยกรองผลึกคาร์บอนควบแน่นนี้ จะทำหน้าที่ขจัดกลิ่น สารเคมีรสชาติที่ไม่พึงประสงค์ สารคลอรีน สารผสมสี สารเคมีจากการเกษตร ผงซักฟอก สารก่อมะเร็ง รวมทั้งโลหะหนัก เช่น Mn,As,Pb,Hg ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     1.4 Vital Energy Filter І หน่วยกรองเสริมพลังงานเพื่อชีวิติลำดับ1 ประกอบด้วยคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพสูง,ทรายปะการังจากใต้ทะเลลึก.สารแปรรูปพลังงาน A และลูกบอลปรับสภาพพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งเสริมกันทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนโมเลกุลของน้ำให้เล็กลงเทียบเครียงกับระบบเซลล์ในร่างกาย เสริมพลังงานที่จำเป็นต่อชีวิตไปในน้ำ รวมทั้งการสร้างพลังงาน ไพ-พลัส เพื่อควมสมบูรณ์ของวงจรชีวิตด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     1.5 Ultra Filtration Filter หน่วยกรองละเอียดยิ่งยวด ทำหน้าที่กรองน้ำ กำจัดเชื้อโรคให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น แม้แต่อนุภาคที่เล็กมากๆ ซึ่งก่อให้เกิดโรคเช่น ไวรัส แบคทีเรีย อี.โคไล และอื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.01μm.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     1.6 ACF Filter หน่วยกรอง ACF จะทำหน้าที่แยกสลายสี กลิ่น และรส ที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งคลอรีน สารเคมีจากการเกษตร สารเคมีจากผงซักฟอก สารก่อมะเร็ง และโลหะหนักต่างๆ เช่นMn,As,Pb,Hg ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     1.7 Vital Energy Filter П หน่วยกรองเสริมพลังงานเพื่อชีวิตลำดับ2 ทำหน้าที่สกัดกั้นธาตุเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งเพิ่มพลังต่อต้านการเปลี่ยนแปลงออกซิเจนเป็นออกไซด์ เป็นการป้องกันการเกิดโรค กำจัดอนุมูลอิสระและปฏิกิริยาของออกซิเจนซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมทั้งความชราภาพก่อนเวลาอันควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    1.8 Anti-Bacteria Unit หน่วยต่อต้านแบคทีเรีย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดีเด่นในการปกป้อง การก่อตัวของเชื้อโรคอันมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย และ อี.โคไล เป็นต้นกำเนิดปฏิกิริยาไฮโดรเจนที่มีปริมาณมากพอต่อการควบคุมการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรค นอกจากนี้ยังได้เพิ่มองค์ประกอบในการปรับปรุงรสชาติของน้ำเพิ่มส่วนประกอบของแร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังรักษาไว้ซึ่งความสะอาดของน้ำได้ยาวนานด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.เป็นเครื่องกรองน้ำพลังงานไพ-พลัส พลังงานน้ำเพื่อชีวิต ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        2.1 ความจำและการถ่ายทอดพันธุกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ควบคุมปริมาณของเกลือที่มีแร่ธาตุผสมอยู่ในเกณฑ์ต่ำ&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ฟื้นฟูเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพหรือถูกทำลายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    2.2 ปรับโครงสร้างโมเลกุลของน้ำให้เล็กลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ทำให้ขบวนการซึมซับไปสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกาย รวดเร็ว ราบรื่น&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ขนาดเล็กกว่าน้ำทั่วไปกว่า 1 เท่า ( น้ำประปา:130Hz,น้ำไพ-พลัส:53Hz)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    2.3 ควบคุมการทำให้เกิดละออง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ปกป้องเซลล์ที่เป็นปกติและแก้ไขเซลล์ที่ผิดปกติ&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          พัฒนาการไหลเวียนของ ของเหลวในร่างกายเพื่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ยับยั้งการเกิดละอองและการก่อโรคอันเกิดจากสารเคมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    2.4 มีพลังงานไพที่จำเป็นต่อชีวิตอยู่ในระดับสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          รักษาสมดุลของความเป็นกรด-ด่าง ในของเหลวทั่วร่างกาย&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงอาหารให้กลายเป็นพลังงานและเนื้อเยื่อในร่างกายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ส่งเสริมการเจริญเติบโตทั้งในพืชและสัตว์ทุกชนิด&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          เต็มเปี่ยมด้วยพลังงานออร่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    2.5 ต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ปกป้องการเกิดโรคหลายชนิด&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ต่อต้านการหย่อนยานและชราภาพ&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          เพิ่มความแข็งแกร่งให้ระบบสมดุลในร่างกาย&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ปรับเปลี่ยนอันตรายของปฏิกิริยาจากออกซิเจนให้อยู่ในระดับปานกลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา สะดวกในการติดตั้ง ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.เป็นมากกว่าเครื่องกรองน้ำธรรมดา เป็นเครื่องทำน้ำดื่มพลังงานไพ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น "น้ำดื่มมหัศจรรย์ของศตวรรษที่ 21" อีกทั้งราคาไม่แพง เมื่อเปรียบเทียบกับท้องตลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.อะไหล่เครื่องกรอง ราคาไม่สูง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับการซื้อน้ำดื่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราคาปกติ : 15,080 บาท&lt;br /&gt;ราคาพิเศษ : 9,800 บาท&lt;br /&gt;** สั่งซื้อวันนี้จัดส่งฟรีถึงบ้าน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-5348885065656748046?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/5348885065656748046/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=5348885065656748046' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/5348885065656748046'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/5348885065656748046'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/blog-post_6365.html' title='เครื่องกรองน้ำไพ-พลัส'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qTYLcFrcI/AAAAAAAAAOM/in8eGyX1CwQ/s72-c/index2.php+2.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-3417231992785753399</id><published>2008-03-14T07:33:00.001-07:00</published><updated>2008-12-12T23:55:39.974-08:00</updated><title type='text'>แนะนำผลิตภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9q0arcFrdI/AAAAAAAAAOc/Jfk95-KACWs/s1600-h/LML-872-BK.gif"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9q0arcFrdI/AAAAAAAAAOc/Jfk95-KACWs/s200/LML-872-BK.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177649092045942226" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qRQbcFrbI/AAAAAAAAAOE/gP95C5Y7rb8/s1600-h/index2.php13.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qRQbcFrbI/AAAAAAAAAOE/gP95C5Y7rb8/s200/index2.php13.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177610433045310898" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qREbcFraI/AAAAAAAAAN8/5Ne-OX38GZc/s1600-h/chlorolife.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qREbcFraI/AAAAAAAAAN8/5Ne-OX38GZc/s200/chlorolife.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177610226886880674" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qQlLcFrZI/AAAAAAAAAN0/0NPxp8ijjl8/s1600-h/index2.php11.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qQlLcFrZI/AAAAAAAAAN0/0NPxp8ijjl8/s200/index2.php11.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177609690015968658" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qPSrcFrYI/AAAAAAAAANs/EuFi0Yp_cec/s1600-h/placentaria.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qPSrcFrYI/AAAAAAAAANs/EuFi0Yp_cec/s200/placentaria.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177608272676760962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qO7rcFrXI/AAAAAAAAANk/uJmKtxbx2XU/s1600-h/DN-CraeBan.gif"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qO7rcFrXI/AAAAAAAAANk/uJmKtxbx2XU/s200/DN-CraeBan.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177607877539769714" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qOG7cFrWI/AAAAAAAAANc/TAnlG8QfT2Q/s1600-h/index2.php+3.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qOG7cFrWI/AAAAAAAAANc/TAnlG8QfT2Q/s200/index2.php+3.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177606971301670242" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qNy7cFrVI/AAAAAAAAANU/XOZOC6xzbbs/s1600-h/Namhom.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qNy7cFrVI/AAAAAAAAANU/XOZOC6xzbbs/s200/Namhom.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177606627704286546" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qNQLcFrUI/AAAAAAAAANM/XVUTnPLNHF4/s1600-h/index2.php+2.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qNQLcFrUI/AAAAAAAAANM/XVUTnPLNHF4/s200/index2.php+2.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177606030703832386" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qNDbcFrTI/AAAAAAAAANE/JLV3Uqmyq5M/s1600-h/LML-978-RD.gif"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qNDbcFrTI/AAAAAAAAANE/JLV3Uqmyq5M/s200/LML-978-RD.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177605811660500274" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-3417231992785753399?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/3417231992785753399/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=3417231992785753399' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/3417231992785753399'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/3417231992785753399'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/blog-post_2288.html' title='แนะนำผลิตภัณฑ์'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9q0arcFrdI/AAAAAAAAAOc/Jfk95-KACWs/s72-c/LML-872-BK.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-872407929752226258</id><published>2008-03-14T07:16:00.000-07:00</published><updated>2008-12-12T23:55:40.395-08:00</updated><title type='text'>BiO-Pro</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qLOLcFrSI/AAAAAAAAAM8/WYMA1SFelaM/s1600-h/Biopro02.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qLOLcFrSI/AAAAAAAAAM8/WYMA1SFelaM/s200/Biopro02.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177603797320838434" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;BiO-Pro&lt;br /&gt;หยดน้ำมหัศจรรย์&lt;br /&gt;ทะเบียนรับรองจาก อย.&lt;br /&gt;อโรคยา ปรมาลาภา&lt;br /&gt;ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงปราถนา การจะได้มาซึ่งสิ่งนี้ จำเป็นที่จะต้องทำให้เซลล์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย ซึ่งมีจำนวนประมาณ 80-100 ล้านล้านเซลล์สมบูรณ์แข็งแรง และปัจจัยหลักที่ทำให้เซลล์ต่างๆ ได้รับปัจจัยเหล่านี้ไม่พอเพียงก็จะอ่อนแอและถูกทำลาย ในที่สุดเกิดเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเสื่อม&lt;br /&gt;โรคเสื่อม : ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยา&lt;br /&gt;-โรคหัวใจและหลอดเลือด -โรครูมาตอยด์&lt;br /&gt;-โรคมะเร็ง -โรคเก๊าท์&lt;br /&gt;-โรคเบาหวาน -โรคต้อกระจก&lt;br /&gt;-โรคความดันโลหิตสูง -โรคอัลไซม์เมอร์&lt;br /&gt;-โรคอัมพฤต-อัมพาต -โรคพาร์กินสัน&lt;br /&gt;-โรคภูมิแพ้ -โรคชราก่อนวัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุของโรคเสื่อม&lt;br /&gt;ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคเสื่อม คือ&lt;br /&gt;1.การขาดออกซิเจน เนื่องจากออกซิเจนในชั้น&lt;br /&gt;บรรยากาศไม่เพียงพอ(มีประมาณ 20%) เพราะ&lt;br /&gt;ต้นไม้ถูกทำลายมากมาย และมลภาวะในอากาศทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ทำให้ออกซิเจนยิ่งลดปริมาณลงไปอีก&lt;br /&gt;2.การขาดสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;แร่ธาตุ กรดอะมิโน และเอนไซม์ต่างๆ เป็นต้น&lt;br /&gt;เนื่องจากความจำเป็นในการดำรงชีวิตในปัจจุบันทำให้ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ในเรื่องอาหารการกินและ/หรือรับประทานไม่ถูกต้องตาหลักโภชนาการ&lt;br /&gt;3.การขาดสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูล&lt;br /&gt;อิสระที่ร่างการสร้างขึ้นเอง เช่น เอนไซม์ต่างๆ&lt;br /&gt;และโปรตีนบางชนิด เมื่อรวมกับสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากการรับประทานผักและผลไม้มีไม่พอเพียงที่จะต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมากมายทั้งภายในร่างกายซึ่งเกิดจากระบบเมตาบอลิซึม และภายนอกร่างกายเนื่องจากมลพิษที่ปนเปื้อนในอากาศ น้ำ และอาหารรวมทั้งรังสี UV และความเครียสเนื่องจากสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน เป็นต้น&lt;br /&gt;ดังนั้น อนุมูลอิสระที่คงเหลืออยู่ในร่างกาย&lt;br /&gt;จะทำลายเซลล์อย่างต่อเนื่องและยาวนาน เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็น โรคเสื่อม ต่างๆ&lt;br /&gt;วิธีแก้ปัญหาโรคเสื่อม&lt;br /&gt;การที่จะได้รับออกซิเจน สารอาหารต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างพอเพียงโดยธรรมชาติเป็นไปไม่ได้ภายใต้สภาวะแวดล้อมของโลกปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อุดมไปด้วยปัจจัยหลักต่างๆ ดังกล่าวแล้ว และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ&lt;br /&gt;BiO-Pro&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;BiO-Pro&lt;br /&gt;เป็นผลิตภัณฑ์จากสหัรัฐอเมริกาที่อุดมไปด้วยปัจจัยหลัก ที่ทำให้เซลล์สมบูรณ์แข็งแรงเช่น ออกซิเจน สารอาหารต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระ สกัดจากผัก ผลไม้ ธัญพืช ฟอสซิลพืชและน้ำทะเลด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย&lt;br /&gt;ส่วนประกอบ&lt;br /&gt;1.แร่ธาตุต่างๆ สกัดจากฟอสซิลพืชและน้ำทะเล&lt;br /&gt;2.สารประกอบสูตรพิเศษ ที่สามารถทำให้เกิด&lt;br /&gt;ออกซิเจน ขึ้นภายในร่างกาย&lt;br /&gt;3.กรดอะมิโนและเอนๆซม์ต่างๆ สกัดจากผัก&lt;br /&gt;ผลไม้ และธัญพืช&lt;br /&gt;4.น้ำบริสุทธิ์&lt;br /&gt;สารต่างๆ เหล่านี้แขวนลอยอยู่ในสารละลาย&lt;br /&gt;คอลลอยด์ในรูปของประสุไฟฟ้าขนาดเล็กมาก ระดับนาโนจึงสามารถซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดไปสู่เซลล์ต่างๆ โดยตรงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านระบบการย่อย&lt;br /&gt;ภายใต้สภาวะแวดล้อมของโลกปัจจุบัน ซึ่งเต็ม&lt;br /&gt;ไปด้วยมลพิษ และพฤติกรรมของมนุษย์ในโลกอันศิวิไลซ์ เป็นสาเหตุทำให้บั่นทอนสุขภาพ เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการใช้ยา เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ธรรมชาติบำบัด นั่นคือทำให้เซลล์สมบูรณ์แข็งแรงและวิธีที่ง่ายและได้ผลดีคือ ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารBiO-Pro&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์จาก BiO-Pro&lt;br /&gt;1.เพิ่มออกซิเจนในแก่เซลล์&lt;br /&gt;- เพิ่มเมตาบอลิซึม ทำให้เซลล์แข็งแรง&lt;br /&gt;- ขจัดอนุมูลอิสระออกซิเจน&lt;br /&gt;2.เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ แก่เซลล์&lt;br /&gt;- ช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึมดีขึ้น&lt;br /&gt;3.เพิ่มเอนไซม์ต่างๆ ให้แก่เซลล์&lt;br /&gt;- ช่วยย่อยอาหาร&lt;br /&gt;- ช่วยเร่งปฏิกิริยาชีวเคมีภายในเซลล์&lt;br /&gt;- ช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึมดีขึ้น&lt;br /&gt;4.เพิ่มกรดอะมิโนต่างๆ ให้แก่เซลล์&lt;br /&gt;- ช่วยซ่อมแซมเซลล์ทีสึกหรอ&lt;br /&gt;- ช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่&lt;br /&gt;- ช่วยในการสร้างสารสื่อประสาท เอนไซม์&lt;br /&gt;ฮอร์โมน สารภูมิคุ้มกัน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์โดยสรุป คือ ช่วยทำให้เซลล์สมบูรณ์แข็งแรงสามารถป้องกันและรักษาตัวเองได้โดยธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งยา&lt;br /&gt;วิธีใช้ BiO Pro&lt;br /&gt;ใช้รับประทาน : หยด Bio-Pro 6-8 หยด ลงไปในน้ำดื่ม 1 แก้ว(250 มล.) วันละ 3 เวลา ก่อนอาหารเช้า กลางวัน และก่อนนอน&lt;br /&gt;ใช้ฉีดพ่นภายนอกร่างกาย : ผสม BiO-Pro 1 หยดลงในน้ำ 10 มล.&lt;br /&gt;ผลข้างเคียง&lt;br /&gt;ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือรับประทานยาอื่นเป็นเวลานาน อาจจะมีอาการบางอย่างเช่น ปวดศรีษะ มีไข้ มีผื่นขึ้น ปวดมากขึ้น ซึ่งอาจจะคงอยู่ 2 -3 วัน แล้วหายไปเอง อาการเหล่านี้เป็นผลมาจาก การบำบัดรักษาตัวเองของเซลล์โดยธรรมชาติ (HEALING EFFECT) อย่าหยุดรับประทาน ให้แก้ไขโดยการลดจำนวนหยดลงครึ่งหนึ่งแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงขนาดที่แนะนำ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-872407929752226258?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/872407929752226258/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=872407929752226258' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/872407929752226258'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/872407929752226258'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/bio-pro.html' title='BiO-Pro'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qLOLcFrSI/AAAAAAAAAM8/WYMA1SFelaM/s72-c/Biopro02.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-7250033927622679190</id><published>2008-03-14T07:09:00.000-07:00</published><updated>2008-12-12T23:55:40.609-08:00</updated><title type='text'>คุยกับคุณหมอ</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qHzLcFrRI/AAAAAAAAAM0/CcFnuYviYFQ/s1600-h/mContent_Image17112550144528.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qHzLcFrRI/AAAAAAAAAM0/CcFnuYviYFQ/s200/mContent_Image17112550144528.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177600034929487122" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัมภาษณ์ นายแพทย์ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและ Cell Therapy&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรรมการบริหาร ดรีมทีม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประธานบริษัท แอ๊บโซลูธ เฮลธ์ จำกัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอช่วยกรุณาเล่าถึงที่มาของ LCA และความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Stem Cells ด้วยครับ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิส พบว่า ใน placenta มีสิ่งที่มีลักษณะคล้าย stem cells เมื่อมาตรวจสอบทางเคมีและการทำงานของเซลล์ก็พบว่า ใน placenta มี stem cells อยู่จริง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่รู้กันเพิ่มขึ้นมา stem cells นอกจากจะมีอยู่ในเลือดและไขกระดูกแล้ว ยังมีอยู่ในส่วนของ placentaด้วย ถ้าสกัดออกมาดีแล้วมี placenta biopeptide จำนวนมากมายอยู่จริง และมีเทคโนโลยีที่นำไปสู่ผิวชั้นลึกได้มากจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมใช้ LCA จึงเห็นผลเร็ว บางคนบอกแค่ 3-4วัน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีผลก็เห็นเร็ว สิ่งที่เห็นเร็วในขั้นต้นเกิดจากการที่เซลล์ของมนุษย์ ถ้ามีทั้งหมด 100% จะทำงานจริงเพียง 60 – 70% อีก 30% เซลล์ยังไม่ตาย แต่ไม่ทำงาน ถ้าเรามี biopeptide ที่มี bioavailability ที่มีฤทธิ์จริงๆ เราใช้เพียงแค่ 3 – 4 วัน พวกเซลล์ที่หมดสภาพหรือเซลล์ที่ไม่ทำงานนั้นก็จะกลับมาทำงานใหม่ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน ถ้าเรื่องของผิวหนังก็จะมีเรื่องของ elastic และ collagen เพิ่มขึ้น ผิวหนังจะดูดีขึ้นภายใน 3 – 4 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากให้คุณหมอให้ความเห็นความแตกต่างระหว่าง ผลิตภัณฑ์ Stem Cells ของ LCA กับ เครื่องสำอางค์ทั่วไปหน่อยครับ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;placenta ที่มาจากมนุษย์ เป็นสิ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกันทางด้านพันธุกรรม ทางด้านยีน รวมทั้งทางเคมี ส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ ก็จะมีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด เพราะฉะนั้นจะมีความเข้ากันได้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ที่เครื่องสำอางทำได้ก็คือจะเข้าไปคงความชุ่มชื้นของผิว แต่ไม่มีตัวรับ นั่นคือ ในเซลล์ผิวไม่มี receptor เป็นตัวรับว่าจะให้เซลล์ทำงานอย่างไร นั่นคือข้อแตกต่าง ถ้าเป็น placenta ที่สกัดจากมนุษย์ receptor นี้จะเปิดอยู่ สารที่เรียกว่า placental peptide ซึ่งมีอยู่ใน placenta มีมากมาย 8,000 กว่าชนิด สารต่างๆ เหล่านี้หากสกัดด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้เกิดการซ่อมแซม เนื่องจากเซลล์ต่างๆ มี receptor หรือตัวรับอยู่ที่ผนังเซลล์ ซึ่งจะส่งผ่านคำสั่งไปที่ส่วนต่างๆ ภายในเซลล์ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน การสังเคราะห์เซลล์ผิวขึ้นมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placenta และ Stem Cell คืออะไร? และเกี่ยวข้องกันอย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสพบว่า ใน Placenta มีสิ่งที่มีลักษณะคล้าย Stem Cell เมื่อตรวจสอบทางเคมีและการทำงานของเซลล์ก็พบว่าใน Placenta มี Stem Cell อยู่จริง เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่รู้กันเพิ่มขึ้นว่า Stem Cell นอกจากจะมีอยู่ในเลือดและในไขกระดูกแล้ว ยังมีอยู่ใน Placenta ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placenta มีการใช้มานานแล้ว โดยญี่ปุ่นมีการสกัดมาใช้รักษาโรคตับ และขึ้นทะเบียนเป็นยาในกลุ่มเสริมร่างกายคล้ายวิตามิน Placenta สกัดของญี่ปุ่นอยู่ในความควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคตับ แล้วไปฉีดวัคซีนที่สกัดมาจาก Placenta เพื่อบำรุงตับก็จะได้รับการชดเชยค่าใช้จ่าย คือรัฐบาลจะจ่ายให้ ระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่นได้รวม Placenta เข้าไปรวมอยู่กับพวกยาแก้ปวดพาราเซตามอน ถ้าใครป่วยแล้วอยู่ในหลักประกันสุขภาพของรัฐ รัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้ ในญี่ปุ่นนั้น Placenta ถือได้ว่านำมาใช้กันมานาน ส่วนคนที่นำ Placenta มาใช้คนแรกๆ ก็คือ ชาวจีน เพราะมีประวัติศาสตร์ในคัมภีร์เก่าๆ ก็มีการพูดถึง ฉะนั้น Placenta ก็มีการนำมาใช้ทำยา และประเทศที่นำ Placenta มาใช้กันเยอะทางยุโรป ก็จะเป็นเยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์และญี่ปุ่น ฉะนั้น Placenta เป็นที่ยอมรับในการเป็นยามานาน Placenta มีปัจจัยแห่งการเจริญเติบโต หรือ growth factor อยู่หลายอย่าง อย่างเช่น การเจริญเติบโตของตับ เรียกว่า Hepatosize growth factor และส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็มีแตกต่างกันไป โดยจะมีการส่งข้อมูลไปตามจังหวะและขั้นตอนของชีวิตมนุษย์เรา นี่เป็นการไขความลับที่นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสได้ไขความลับขึ้นมาได้ เมื่อก่อนมีการนำมาใช้โดยไม่รู้ว่า Placenta มีประโยชน์อย่างไร เมื่อเราพบว่าใน Placenta มีส่วนที่เรียกว่า Placenta Biopeptide จำนวนมาก เมื่อเข้าไปในร่างกายเรามันก็จะไปกระตุ้นตัวรับหรือ receptor cell ให้เกิดการซ่อมแซมเซลล์ขึ้นมา มีการกระตุ้นฟื้นฟูเซลล์ตับหรือเซลล์อื่นๆ และแต่ว่าใน Placenta ที่สกัดออกมานั้นมี growth factor ชนิดใดอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุใด? จึงใช้ Stem Cell ใน Placenta ของมนุษย์ทดแทน Stem Cell ใน Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะสัตว์กับมนุษย์ก็มี Gene ที่แตกต่างกัน Cell ก็ไม่เหมือนกัน การนำ Placenta ในสัตว์มาใช้ในการรักษาโรคก็มี เอามาใช้ในเรื่องความสวยงามก็มี แต่ Placenta ที่มาจากมนุษย์เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงทั้งทางด้านพันธุกรรม ทางด้าน gene รวมทั้งทางเคมีและส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด การนำมาใช้จึงจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุใด? จึงใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าพูดถึงการสกัดแล้ว ในสมัยก่อนมีการนำ Placentaมาใช้ทำยาก็มี ด้วยความสวยงามก็มี แต่เป็นการนำ Placenta มาสกัดด้วยวิธีธรรมดา หากเรานำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสกัดจากสิ่งที่มีชีวิต ทางด้าน enzyme, peptide, amino acid ต่างๆ และให้คงสภาพไว้ได้มากที่สุด ต้องเป็นการสกัดโดยใช้ความเย็นจัด ที่เรียกว่า Supercritical Low Temperature Extraction การสกัดแบบนี้จะทำให้สารต่างๆ ยังคงประสิทธิภาพ เสมือนกับว่าสิ่งที่เป็นสสารเหมือนนั้นสามารถที่จะเข้าไปทำงานได้ทันที ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า มี Bio-availability คือแทนที่จะเป็นโปรตีนอย่างเดียว แต่จะเป็นโปรตีนที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะมีตัวรับการทำงานอย่างชัดเจน ในผิวหนังของเราก็จะมีตัวรับการทำงานของสารต่างๆ เหล่านี้ อย่างเช่น สารสกัดบางอย่างมี peptide ที่ใช้ในการซ่อมแซมผิวหนัง ก็จะมีตัวรับอยู่ที่ผิวหนังอย่างชัดเจน เพราะว่าเป็นสารสกัดจาก placenta ของมนุษย์ ทำให้การทำงานดีกว่าเครื่องสำอาง เพราะเครื่องสำอางต่างๆ เป็นทั้งสารสกัดทางเคมี สารสกัดจากพืช สารสกัดจากสัตว์ สิ่งที่เครื่องสำอางทำได้ก็คือ จะไปคงความชุ่มชื้นของผิว แต่ในเซลล์ผิวของเราไม่มีตัว receptor ที่จะให้สารเหล่านี้เข้าไปทำงานอย่างไรในตัวเรา นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง placenta ที่สกัดจากมนุษย์ receptor เหล่านี้จะเปิดอยู่ สารสกัดที่เรียกว่า placenta peptide ที่มีอยู่จำนวนมาก หากสกัดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้เกิดการซ่อมแซม โดย receptor จะส่งสัญญาณไปภายในเซลล์ต่างๆ ใต้ผิวหนังให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีน ซ่อมแซมเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องสำอางดูแลผิวที่มี placenta เป็นองค์ประกอบจะทำหน้าที่ในการฟื้นฟูผิวที่ต้นเหตุได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจาก เครื่องสำอางต่างๆ ไม่มีตัวรับที่ผนังเซลล์ เพราะเป็นเคมี เวลาทำงานก็จะเข้าไปทำงานที่ตัวเซลล์ แล้วก็ผ่านเข้าไปในกระแสเลือดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เข้าไปในระบบน้ำเหลือง แล้วก็หายไป ไม่มีการทำงานต่อเนื่อง แต่ว่า biopeptide ต่างๆ เป็นสิ่งที่มีตัวรับที่ผนังเซลล์ ในการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พบว่า biopeptide ที่อยู่ใน placenta มีส่วนเข้าไปกระตุ้นเซลล์ อย่างเช่น biopeptide ที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ตับ ก็จะไปกระตุ้นเซลล์ตับให้เกิดการซ่อมแซม ในส่วนของผิวหนัง placenta biopeptide ก็จะไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนัง ความแตกต่างอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้ placenta biopeptide เข้าไปถึงผิวหนังชั้นใน เพราะผิวหนังชั้นนอกของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่ตายแล้วและการเข้าไปก็ยาก นั่นเป็นเรื่องของนาโนเทคโนโลยีที่จะทำให้ biopeptide ผ่านผิวหนังเข้าไปลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ และเข้าไปสู่ชั้นของ receptor ในชั้นของเซลล์ชั้นใน ไม่เพียงแต่เข้าไปอยู่ที่ผิวชั้นนอกซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นหนังกำพร้าของคนเรา นั่นเป็นข้อแตกต่างของการใช้เครื่องสำอางแบบนี้ว่า บางครั้งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง บางครั้งก็ได้ผลดี ก็ขึ้นอยู่กับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การสกัด : ได้สกัดเอา biopeptide ออกมาจริงหรือไม่ Stem Cell ใน placenta : บางคนนำ stem cell มาขยายตัว เพราะ stem cell จาก placenta สามารถนำมาเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนได้ จากนั้นก็นำมาสกัดเพื่อเอาองค์ประกอบที่อยู่ภายในพวกกรดอะมิโนพวกเทียโรเมียเรส หรือเอนไซม์บางอย่างที่ทำให้เซลล์มีชีวิตชีวามากขึ้น ก็เรียกว่าเป็น placenta ที่สกัดจาก stem cell อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ลึกแค่ไหน : เมื่อเรานำนาโนเทคโนโลยีเข้ามา การซึมเข้าใต้ผิวหนังก็เป็นไปได้มาก ประสิทธิภาพก็จะสูง มียุคหลังๆ ที่มีคนนำ placenta จากแกะ เครื่องสำอางจากรกแกะมาใช้ เครื่องสำอางเหล่านั้นก็สกัดมาจาก placenta ที่ใช้วิธีการสกัดแบบการสกัดเพื่อทำเครื่องสำอางธรรมดา ที่แตกต่างกันก็คือ ถ้าเราใช้ placenta ที่สกัดจากคนและทำการสกัดด้วยวิธีที่เหมือนการทำยาคือสกัดเอา biopeptide ออกมาเป็น placenta biopeptide การใช้ในเรื่องเครื่องสำอางก็จะมีประโยชน์มากและเห็นผลอย่างชัดเจน ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงว่ามีการฟื้นฟูจากภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี placenta ได้หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรระวัง ต้องทำการทดสอบก่อนคือ ใช้ปริมาณน้อยๆ ทาที่บริเวณคอหรือบริเวณท้องแขน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ค่อยขยายเพิ่มขึ้นเช่น ทาบริเวณหลังหู และใช้ปริมาณน้อยๆ คือ ครั้งละ 1 หยด เพื่อไม่มีอาการอะไร อีก 2-3 วันค่อยใช้ต่อและค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น วิธีนี้แตกต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปที่เป็นเคมี ปกติสารเคมีนั้น ถ้าคนใดที่แพ้แล้วก็จะแพ้ตลอดเพราะเป็นสารเคมี แต่ถ้า placenta biopeptide แล้วสกัด peptide ออกมา มันเป็นชีวภาพจริงๆ จะมีการป้องกันการเกิดการแพ้ (desensitization) วิธีการคือ ใช้ในปริมาณที่น้อยมากแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น ฉะนั้นเราจึงอาจใช้ครั้งแรกทา 1 หยด อีก 3-7 วัน ทาอีกครั้ง แล้วเว้น 3-7 วัน ทาอีกครั้ง ทำอย่างนี้ประมาณ 10 ครั้ง เพราะฉะนั้นใครผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้แต่ก็ควรระวัง ควรมีการเว้นช่วงสักหน่อย และใช้ในปริมาณน้อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเกิดสิว เกิดได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คนที่มีผิวแพ้ง่ายก็ย่อมมีโอกาสเป็นสิวง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ถ้าส่วนประกอบของเครื่องสำอางมีความมัน ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เพราะ placenta biopeptide เองไม่ได้เป็นส่วนที่ทำให้เกิดสิว แต่บางคนแพ้ส่วนประกอบบางอย่างที่อยู่ภายในเครื่องสำอางเช่น สารที่ช่วยให้เกิดความหนืดที่เหมาะสม สามารถทาและซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ในบางกรณีการเป็นสิวก็เกิดจากกระบวนการโยกย้ายสารพิษที่เรียกว่า Detoxification คำว่า toxic ก็คือ สิ่งที่เป็นของเสียสะสม คั่งค้าง คำว่า detox ก็คือ ของเสียสะสมถูกปลดปล่อยออกมา ขบวนการ detox เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นเซลล์ อย่างเช่น เซลล์ผิวหนัง แต่ละเซลล์จะมีส่วนที่อยู่ล้อมรอบเซลล์เรียกว่า เซลลูล่าเมทริกซ์ ซึ่งอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างเซลล์ โดยจะเป็นส่วนที่สะสมของเสียต่างๆ จากกระบวนการ metabolism ของเซลล์เองบางครั้งก็เป็นที่สะสมของเสียที่เกิดจากการทำลายจากภายนอกเช่น แสงแดด สิ่งแวดล้อมต่างๆ ของเสียเหล่านี้จะมาสะสมที่เซลลูล่าเมทริกซ์ ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างเซลล์ ถ้าเราใช้องค์ประกอบที่เป็นพวก biopeptide ไปกระตุ้นเซลล์ให้เซลล์ทำงานมากขึ้น ก็จะมีการขับของเสียออก จึงอาจมีการ detox เกิดขึ้น การ detox จะเกิดเฉพาะกับสารที่เป็นธรรมชาติหรือสมุนไพรบางอย่างที่มีฤทธิ์ในเชิงของการขับสารพิษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นขบวนการ detox ที่เกิดขึ้นต้องแยกให้ออกว่าสิวเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากใช้แล้วเกิดสิวนิดหน่อยก็ใช้แล้วทิ้งช่วงห่างออกไป หรือถ้าใช้แล้วสิวค่อยๆ ดีขึ้นก็อาจจะเกิดจากกระบวนการ detox ก็ได้ หรือถ้าเกิดจากการแพ้ก็สามารถใช้วิธีเดียวกันคือ ใช้แล้วทิ้งช่วงห่างออกไป หรือเราไปรักษาสิวให้หายก่อนแล้วค่อยมาใช้ ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่มีความมันก็เป็นตัวที่ทำให้เกิดสิวได้ ถ้าเรามีผิวหน้ามันอยู่แล้ว ก็ควรไปรักษาผิวหน้าให้มีความมันลดลงเสียก่อน เช่น ใช้วิตามินเอ มีกรดวิตามินเอที่เป็นครีมอย่างเช่น เลคติโนอิน ก็จะช่วยให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเล็กลง เมื่อมากเพียงพอ การใช้ placenta biopeptide ก็จะไม่กระตุ้น การใช้ส่วนประกอบที่มีน้ำมันก็จะไม่มีผลไปกระตุ้นเซลล์ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นสิวเยอะๆ หรือคนที่ผิวหน้ามัน มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ก็สามารถใช้ร่วมกันได้เช่น การใช้วิตามินเอร่วมกับเครื่องสำอางที่เป็น placenta ซึ่งก็ไม่ได้ขัดอะไรกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Placenta ควบคู่กับเครื่องสำอางอื่นๆ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placenta biopeptide ในแง่ของการใช้ร่วมกับเครื่องสำอางอย่างอื่น หากสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สารเคมี สามารถใช้ร่วมกันได้หมดเลย ไม่มีข้อเสียใดเลย แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือว่า placenta biopeptide จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ให้เซลล์ทำงานมากขึ้น พอเซลล์ทำงานดี สารต่างๆ ก็จะดูดซึมดีขึ้นและมีปริมาณเพิ่มขึ้นในเซลล์ ถ้าเราใช้ร่วมกับสารเคมี สารเคมีก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นในผิวหนังเรา คือกักเก็บได้มากขึ้นเนื่องจากเซลล์มีการอิ่มน้ำ มีความชื้นมากขึ้นและเซลล์มีการทำงานที่ดี ฉะนั้นถ้าเราใช้ placenta biopeptide ร่วมกับอย่างอื่น เช่น พวกวิตามินหรือมอยส์เจอไรเซอร์ก็สามารถใช้ได้ จริงๆแล้วสามารถใช้ได้ร่วมกับทุกอย่าง ยกเว้น สิ่งที่ประกอบด้วยโลหะ ที่มีโลหะหนักอยู่ในนั้น อย่างเช่น เครื่องสำอางที่ไม่มียี่ห้อ หรือเป็นเครื่องสำอางขายตรงที่ยังไม่แน่ใจหรือมาจากต่างประเทศ ที่น่าสงสัย ก็จะเกิดการเสี่ยงว่า ถ้ามีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ โลหะหนักนั้นก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในผิวหนังของเรา เพราะโลหะหนักบางอย่างใช้ในการลอกฝ้า เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรจะใช้ ถ้าเป็นการลอกฝ้าด้วยวิธีอื่นก็อาจจะไม่มีผลมาก แต่ในปัจจุบันก็มีการใช้สารเคมีกันเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นวิธีที่ปลอดภัย ถ้าจะใช้ placenta biopeptide ร่วมกับอย่างอื่น สิ่งนั้นควรเป็น 1. พวกวิตามิน 2. มอยส์เจอไรเซอร์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ควรไปร่วมกับอย่างอื่นเพราะเราไม่รู้ว่าสารเคมีในนั้นเป็นอะไรบ้าง บางคนใช้ยาลอกฝ้าที่มีส่วนประกอบของ hydroquinone ก็จะทำให้ปริมาณ hydroquinone สูงขึ้นก็จะไม่ส่งผลดีต่อผิวหนังได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไร? ในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Placenta จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับว่า placenta ของผลิตภัณฑ์นั้น มีวิธีการทำอย่างไร ถ้าสกัดออกมาดี มี placenta biopeptide จำนวนมากจริง มีเทคโนโลยีในการทำให้เข้าไปสู่ผิวชั้นลึกได้มากจริง บางทีการเห็นผลก็จะเห็นเร็ว สิ่งที่เห็นเร็วในขั้นต้นนั้น เกิดจากการที่เซลล์ของมนุษย์เรา ถ้า 100% จะทำงานจริงแค่ส่วนหนึ่งคือ 60-70% อีก 30% เซลล์ยังไม่ตายแต่ไม่ทำงาน เรียกว่า quiescence cell ถ้าเรามี biopeptide ที่มี bio-availability หรือมีฤทธิ์จริงๆ เราใช้เพียง 3-4 หยด ในไม่กี่วัน เซลล์ที่หมดสภาพหรือ quiescence cell พวกนี้จะเกิดการตื่นขึ้นมาใหม่ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน เรื่องของผิวหนังก็จะมี collagen , elastin เพิ่มขึ้น ผิวหนังจะดีขึ้นภายใน 3-4 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อดีของการใช้สารที่มีส่วนประกอบของ bio เมื่อเราใช้ไปสักพักหนึ่ง เราก็ขาดช่วงได้ อย่างเช่น เดือนแรกใช้ทุกวัน พอเดือนที่ 2 เดือนที่ 3 ใช้ 2-3 วัน / ครั้ง พอเดือนที่สี่ก็ 4-5 วัน / ครั้ง เพราะผิวหนังของคนเรามีการเสื่อมตลอดเวลา ถ้าไม่อยากให้ผิวหนังเสื่อมโทรม ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทุกวัน มิฉะนั้นผิวหนังจะเสื่อมโทรมง่าย การทำลายจากแสงแดด การทำลายจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ที่เป็น oxidative stress มีเยอะมาก ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ผิวหนังเราก็แก่ลงทุกวัน ยิ่งอายุมากขึ้นก็แก่มากขึ้น ยิ่งถ้าอยากให้หน้าตาผ่องใสตลอด ก็ต้องใช้ตลอด เพียงแต่ว่าการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว ถ้าหากว่าเรามีผิวหน้าที่เสื่อมโทรมแล้วเราใช้ผลิตภัณฑ์พวก placenta อาจจะช่วยได้ถ้าหากมีการสกัดที่ดีและมีลักษณะของ biopeptide ที่ออกฤทธิ์ได้จริง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-7250033927622679190?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/7250033927622679190/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=7250033927622679190' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/7250033927622679190'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/7250033927622679190'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/blog-post_14.html' title='คุยกับคุณหมอ'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9qHzLcFrRI/AAAAAAAAAM0/CcFnuYviYFQ/s72-c/mContent_Image17112550144528.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-4823956749601824729</id><published>2008-03-14T07:05:00.000-07:00</published><updated>2008-03-14T07:06:44.318-07:00</updated><title type='text'>lcaเทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์</title><content type='html'>LCA ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;LCA ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ ในการสกัดส่วนประกอบสำคัญต่างๆจาก placenta ได้แก่ cell activating factor, dlfferintlation factor,gene repairing factor กรดอะมิโนฯลฯ รวมทั้ง collagie และ active peptide และ ไวตามินต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประกอบใน LCA ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ใต้ผิวหน้ง ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพซ่อมแซมยีนส์ที่ถูกทำลายจากแสงแดด และสารอนุมูลอิสระ และช่วยขบวนการแบ่งเซลล์ใต้ผิวหนัง ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ผิว ดังนั้นจึงเป็นการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ต้นเหตุ ผิวพรรณจึงอ่อนนุ่มขึ้น และริ้วรอยแห่งวัยก็จะถูกกำิจัดออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าที่หลักของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ช่วยซ่อมแซมผิวหน้าที่ขาดการบำรุงด้วยสารที่บำรุงผิวหน้าเปรียบเสมือนอาหารของผิวหน้ากว่า 8,000 ชนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ช่วยทำให้ผิวหน้าที่เคยเกิดสิวแล้วเป็นหลุม ไม่เรียบ ให้กลับมาเรียบเนียนได้ดังเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึก ตื้น ของหลุมนั้น หากลึกมากก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้าง แคบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหน้า LCA จะช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูอ่อนนุ่ม อ่อนวัย กระจ่างใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. หากผู้ใช้มีใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว LCA จะเข้าไปผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ดูขาวอมชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. เมื่อเริ่มใช้ จะรู้สึกหน้านุ่มน่าสัมผัส และดูเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น อาจเกิด ประสิทธิภาพแตกต่างหรือใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิวหน้า และชนิดของปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น แผลเป็น รอยหลุมสิว ฝ้า รอยแดง รอยดำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่ามีปัญหามากหรือน้อย เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-4823956749601824729?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/4823956749601824729/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=4823956749601824729' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/4823956749601824729'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/4823956749601824729'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/lca_2063.html' title='lcaเทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-5919443813431078066</id><published>2008-03-14T07:00:00.000-07:00</published><updated>2008-03-14T07:02:37.628-07:00</updated><title type='text'>ถามตอบเกี่ยวกับ lca</title><content type='html'>ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-5919443813431078066?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/5919443813431078066/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=5919443813431078066' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/5919443813431078066'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/5919443813431078066'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/lca_14.html' title='ถามตอบเกี่ยวกับ lca'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-186882227482704322</id><published>2008-03-11T21:34:00.000-07:00</published><updated>2008-03-11T21:44:55.593-07:00</updated><title type='text'>ร้านค้าออนไลน์ระบบเครือข่าย</title><content type='html'>ร้านค้าออนไลน์สร้างรายได้ 24 ชั่วโมง&lt;br /&gt;ร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูปในระบบเครือข่าย(MLM) แห่งเดียวในเมืองไทยที่ยินดีเปิดโอกาสให้กับคนไทยทุกคนมีสิทธิมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยบริษัทจะกระจายจ่ายเงินปันผลตามเงื่อนไขแผนการตลาดให้กับสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระ หรือ ผู้บริโภคของเราที่มีส่วนร่วมในการขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านระบบออนไลน์นี้ วิธีการง่าย ๆ เพียงมีเงื่อนไขว่าใครสร้างเครือข่ายสมาชิกผู้บริโภค ได้มากก็มีสิทธิ์รับเงินปันผลจากแผนการตลาดของบริษัทมากเท่านั้น ไม่ยากเลย! เพียงสมัครสมาชิกกับเราและทำคุณสมบัติให้ครบตามเงื่อนไขคุณก็มีสิทธิ์มีรายได้หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น หลักแสนต่อเดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำง่าย ได้เงินจริง มั่นคง&lt;br /&gt;รูปแบบการทำงานออนไลน์ในฝันที่หลายคนกำลังมองหา นวัตกรรมทางการค้าในระบบออนไลน์รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานแนวคิดของธุรกิจยอดนิยมแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ "ธุรกิจเครือข่าย แฟรนไชส์ อีคอมเมิร์ส" โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อให้การสร้างเครือข่ายไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ต้องเดินไปขายสินค้าหากท่านไม่ชอบขาย ไม่ต้องไปชวนคนให้มาเป็นสมาชิกและทำธุรกิจในรูปแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่เป็นการใช้อินเตอร์เน็ต สื่อที่ทรงพลังที่สุดแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ช่วยเชื่อมโยงทุกๆคนเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดเครือข่ายผู้ซื้อ ผู้บริโภค ขยายเครือข่ายต่อไปให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และสร้างรายได้ที่มั่นคงสำหรับผู้ที่สร้างเครือข่ายได้สำเร็จ โดยไม่มีความเสี่ยงใด ๆ สมาชิกทุก ๆ คนมีโอกาสสร้างรายได้อย่างไม่จำกัดด้วยการสมัครสมาชิกเพียงครั้งเดียวเท่านั้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มอบสิทธิพิเศษให้คุณเป็นเจ้าของ&lt;br /&gt;ร้านค้าออนไลน์ระบบแฟรนไชส์ ฟรี! เพื่อใช้ทำงานผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ผู้ว่างงาน นักศึกษา พนักงานประจำ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หมอ วิศวกร เจ้าของกิจการ ฯลฯ ทุก ๆ คนสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นง่ายๆ ด้วยการสมัครสมาชิกร้านค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ด้วยโปรแกรมธุรกิจสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยทุกคนโดยเฉพาะจะสร้างเว็บไซต์ในการทำงานให้อัตโนมัติ เพื่อให้คนไทยมีรายได้จริงๆ จากการทำงานที่บ้าน ที่ทำงาน ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตออนไลน์ เช็ครายได้ผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องชวนคนเข้าห้องประชุม ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเสี่ยง ไม่ต้องลงทุนสูง ไม่ต้องตุนสินค้า ไม่ต้องโดนบังคับให้ซื้อสินค้าโดยที่ไม่เต็มใจ ไม่ต้อง ....อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องขายสินค้าก็มีรายได้&lt;br /&gt;เปิดโอกาสให้แนะนำผู้อื่นมาเป็นสมาชิก โดยไม่จำเป็นต้องขายสินค้า เพียงเริ่มต้นเป็นผู้บริโภคทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง โดยยอดซื้อของสมาชิกทุกคนในเครือข่ายจะส่งผลเป็นยอดคะแนนในการคำนวณรายได้ให้กับเจ้าของเครือข่าย จึงทำให้ผู้แนะนำได้รับประโยชน์มากขึ้นโดยไม่ต้องขายสินค้า เป็นการขยายขอบเขตธุรกิจ เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นเข้ามาเป็นสมาชิกร้านค้าออนไลน์ และรับสิทธิดี ๆ เช่นคุณ รายได้ของสมาชิกจึงไม่ได้ถูกจำกัด ยิ่งเครือข่ายร้านค้าออนไลน์หรือผู้บริโภคขยายมากขึ้นเท่าใด สมาชิกยิ่งมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบสมาชิกร้านค้าออนไลน์เครือข่ายของเราไม่จำกัดขอบเขต ขนาด ที่ตั้ง และระยะเวลา ทุกๆ คนมีอิสระอย่างเต็มที่ในการขยายเครือข่ายของตนเอง เพราะเครือข่ายที่สร้างขึ้นมาเปรียบเสมือนเป็นธุรกิจของท่านเอง เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งที่จะสร้างผลตอบแทนทวีคุณขึ้นเรื่อย ๆ ให้กับผู้ที่สร้างเครือข่ายนี้ ใครสร้างได้สำเร็จผู้นั้นก็มีอิสรภาพทางการเงิน เวลา อย่างแน่นอน เพราะทุก ๆ คนจะมั่นใจได้ว่ารายได้เข้าบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทุกเดือน ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครอีกต่อไป เป็นนายของตัวเอง มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตและยังมอบเป็นมรดกให้กับทายาทสืบต่อไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นธุรกิจง่าย ๆ รายได้ไม่จำกัด &lt;a href="http://www.dreamteamday.com/index.php?lang=th&amp;option=register2&amp;sub=-1&amp;layout=0"&gt;สมัครที่นี่&lt;/a&gt; รับฟรี!! เว็บขยายธุรกิจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-186882227482704322?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/186882227482704322/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=186882227482704322' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/186882227482704322'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/186882227482704322'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/blog-post.html' title='ร้านค้าออนไลน์ระบบเครือข่าย'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5848892933240901566.post-7600699525734653285</id><published>2008-03-07T13:09:00.000-08:00</published><updated>2008-03-07T13:13:27.835-08:00</updated><title type='text'>ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA</title><content type='html'>ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด  Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La  Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด  Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La  Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5848892933240901566-7600699525734653285?l=lcathailand.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lcathailand.blogspot.com/feeds/7600699525734653285/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5848892933240901566&amp;postID=7600699525734653285' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/7600699525734653285'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5848892933240901566/posts/default/7600699525734653285'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lcathailand.blogspot.com/2008/03/lca.html' title='ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
